หม้ายสาวลูกติด ทำงานเป็นคนใช้ คืนหนึ่งเจ้านายเรียก จุดเปลี่ยนไปตลอดกาล



หม้ายสาวลูกติด ทำงานเป็นคนใช้ คืนหนึ่งเจ้านายเรียก จุดเปลี่ยนไปตลอดกาล

มีผู้หญิงคนหนึ่งมีลูกติด เธอเป็นคนที่สวย เป็นคนที่อวบ ขาว ในช่วงกลางวันนั้นเธอทำงานเป็นแม่บ้านให้กับบ้านหลังโตหลัง 1 แต่พอตกดึกเธอก็จะกลับไปดูแลลูกของตัวเองวัย 3 ขวบ

เมื่อเจ้านายรู้เรื่องของตัวเองนั้น ด้วยความสงสารก็เลยบอกให้พาลูกชายของตัวเองมาอยู่ที่บ้านด้วย และเขาก็ได้รับปากให้อยู่ฟรีกินฟรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น

แต่ด้วยความที่เธอเป็นคนเกรงใจ ได้ตอบปฏิเสธเจ้านายไป ผมเจ้านายจ้างเองก็ไม่ได้ขัดข้องอะไร

สายตาของเจ้านายในตอนนั้น ทำให้เธอรู้สึกหวาดกลัวอยู่นิดๆ



เธอกลัวว่าช่องว่างระหว่างความจนและความรวย อาจจะส่งผลกระทบต่อลูกชายของเธอในอนาคตได้ เพราะว่าบ้านของเจ้านายนั้นมีห้องมากมาย แม้แต่ห้องน้ำที่เล็กที่สุดในบ้านก็ยังใหญ่กว่าห้องเธอ

ในวันหนึ่ง เจ้านายของเธอต้องการที่จะจัดเลี้ยงที่บ้านแต่คนก็ไม่พอ

จึงเรียกเธอเข้าไปคุยในห้องสองต่อสอง



เขาขอให้เธอได้ทำโอที ขอให้ทำงานเพิ่ม เธอก็ได้รับปากแต่ในใจนั้นเป็นห่วงลูกชาย นายจ้างจึงบอกให้ลูกชายมาที่บ้านโดยที่ไม่ต้องไปกังวลอะไร

เมื่อเธอพาลูกชายมาถึงบ้านแล้ว แขกเพื่อนๆก็ค่อยๆทยอยเข้ามา เธอจึงรีบลุกออกจากประตูหลังบ้าน จากนั้นก็ให้ลูกชายเข้าไปอยู่ในห้องน้ำหลังบ้านแทน เธอได้นำไส้กรอกกับขนมปังใส่จานไว้มาให้ลูกชายกิน

ลูกชายของเธอนั้นก็ตื่นตาตื่นใจกับห้องน้ำที่ใหญ่โตมโหฬาร



เธอได้บอกกับลูกชายว่า แม่พาหนูมางานเลี้ยงนี้ด้วย แต่ลูกยังเด็กนะ ห้ามนั่งร่วมกับโต๊ะของผู้ใหญ่ เจ้านายของแม่ได้เตรียมห้องไว้ให้ลูกแล้ว

เด็กชายวางจานไว้บนชักโครก และนั่งบนพื้นหินอ่อน ทานอาหารไปร้องเพลงไปด้วยความสุข

ในงานเลี้ยง เจ้านายก็สังเกตเห็นว่าทำไมไม่มีเด็กชายมาด้วยเลย จึงได้ไปถามว่าเด็กอยู่ไหน เธอก็ได้ตอบว่า เขาไปวิ่งเล่นตามประสาเด็กที่สนามหญ้า แต่เจ้านายก็ไม่เชื่อจึงได้เดินตามหาเด็ก จนมาถึงห้องน้ำห้องนี้ และก็ได้เห็นเด็กชายกำลังนั่งอยู่

“เจ้านายก็ถามว่า ทำไมถึงมานั่งกินในห้องนี้ รู้หรือเปล่าว่าห้องนี้คือห้องอะไร”

เด็กก็ตอบอย่างไร้เดียงสา

“แม่บอกว่าห้องนี้คือห้องที่เจ้านายเตรียมไว้ให้เป็นพิเศษ ไส้กรอกนี้อร่อยมากเลยครับ ผมไม่เคยกินเลย แล้วคุณคือใคร จะมากินด้วยกันกับผมไหมครับ เดี๋ยวผมจะแบ่งให้ชิ้นนึง”

เจ้านายรู้สึกสงสารจนแทบน้ำตาจะไหลในตอนนั้น แต่เขาก็ยังฝืนยิ้มให้เด็ก

ในตอนนั้นเองทำให้เขาหวนนึกถึงช่วงเวลาที่เขาอยู่กับพ่อแม่ ที่เพิ่งย้ายกลับเข้ามาอยู่ในเมืองหลวง ตอนนั้นยากจนมากเป็นเวลาที่ยากลำบาก

หลังจากนั้นเขาก็กลับเข้าไปอยู่ในงาน แล้วก็บอกกับแขกทุกคนในงานว่า



“ในวันนี้ผมต้องขอโทษด้วยที่ไม่ได้ร่วมโต๊ะกับพวกท่านได้อีก เพราะผมจะต้องไปนั่งร่วมโต๊ะกับแขก VIP ผมหวังว่าทุกท่านจะสนุกกับงานเลี้ยงในวันนี้นะครับ”

เมื่อเขาพูดจบเขาก็ได้ตักอาหารใส่จาน และเดินไปหาเด็กในห้องน้ำ เขานั่งลงกับพื้นแบบเดียวที่เด็กนั่ง หน้าเข้าคุยกัน แล้วก็พูดว่า

“อาหารอร่อยแบบนี้กลับห้องหรูหราขนาดนี้ ถ้าเธอกินคนเดียวก็คงน่าเสียดายแย่ ถ้าอย่างนั้นฉันขออนุญาตนั่งกินด้วยคนนะ”

เมื่อเจ้านายกับเด็กนั่งกินและร้องเพลงไปด้วยกัน แถมยังพูดคุยเรื่องราวที่ทำให้เขานั้นยิ้มหัวเราะได้ เขาได้บอกกับเด็กชายคนนั้นว่า

“แม่ของเธอเป็นคนขยันและเก่งมากนะ ต้องภูมิใจในตัวแม่ของเธอที่ทำเพื่อเธอด้วย”

เมื่อแขกในงานเริ่มสังเกตว่าทำไมเจ้าภาพหายตัวไปไม่ยอมกลับมา จึงได้ชวนกันออกตามหา จึงได้พบว่าเจ้าของงานมานั่งอยู่กับเด็กเพียงลำพังในห้องอาหารติดอยู่นั่นก็คือห้องน้ำนั่นเอง

ให้พวกเขานั้นรู้สึกประทับใจ แขกหลายคนจึงรีบกลับไปตักอาหารใส่จาน พร้อมกับเครื่องดื่มมาร่วมวงในงานห้องน้ำนี้

กลับกลายเป็นว่าห้องน้ำที่ดูแคบ เป็นห้องที่ร้องเล่นเต้นเพลงกันอย่างสนุกสนาน เหตุการณ์นี้ทำให้เด็กคนนั้นเชื่อสนิทว่า แม่ของเขานั้นได้ความนับถือเป็นอย่างมาก และเขาก็โชคดีมากที่เกิดมาเป็นลูกของแม่

หลายปีผ่านไป

เด็กชายคนนี้เติบโตขึ้นเป็นเจ้าของกิจการขนาดใหญ่ เขาสามารถซื้อบ้านหลังใหญ่โตที่มีห้องน้ำหลายห้องได้ ได้ทุกปีเขาจะไม่ลืมที่จะบริจาคเงินให้กับคนจน โดยที่เขานั้นไม่ประสงค์ออกนามใดๆทั้งสิ้น

เขาบอกว่าเขาไม่รับการสัมภาษณ์และบอกกับคนที่ไม่เข้าใจว่า

“เมื่อหลายปีก่อนเคยมีเศรษฐีท่านหนึ่งมอบความจริงใจและเกียรติให้กับเด็กวัย 3 ขวบคนหนึ่งเอาไว้แม้ว่าตัวผมจะอายุน้อย แต่ผมก็จำมาได้จนถึงทุกวันนี้”

อ่านจบแล้วรู้สึกประทับใจมากๆ แม้ว่าจะเป็นการกระทำเพียงแค่เล็กน้อย แต่ก็สามารถสร้างแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ได้จริงๆ อย่าลืมที่จะแชร์บทความดีๆเหล่านี้เก็บไว้อ่านกันด้วยนะคะ

cr: album