น้ำตาตกใน สาวเปิดโฮมสเตย์ สวนแม่ณี ผ่านไป 3 เดือนมีคนพัก 2 คน ชาวเน็ตแห่ให้คำแนะนำ



หน้าแรก ข่าว ข่าวสังคม - โซเชียล น้ำตาตกใน สาวเปิดโฮม...

เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่น่าสนใจ และมีผู้คนร่วมแชร์เป็นอย่างมาก เมื่อสาวคนหนึ่งได้มาขอคำปรึกษาช่วยเหลือ โดยได้โพสต์ลงในกระทู้พันทิป เกี่ยวกับธุรกิจโฮมสเตย์ของเธอ ซึ่งขณะนี้กำลังประสบปัญหาอย่างมาก ซึ่งเธอตั้งใจสร้างโฮมสเตย์ขึ้นมาเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวใน จ.เชียงใหม่ แต่ผ่านไป 3 เดือน มีลูกค้าเข้ามาพักเพียงแค่ 2 คนเท่านั้น โดยเธอระบุว่า



"ใครพอจะมีไอเดียเรื่องการโปรโมทธุรกิจบ้าง เนื่องจากเธอไม่ค่อยถนัดเรื่องโซเชียลมีเดีย ไม่รู้ว่าจะทำยังไงแล้ว ค่อนข้างมืดแปดด้าน จดทะเบียนมาได้ 3 เดือนมีลูกค้าแค่ 2 คนเอง เพื่อนๆคิดว่าเราควรจะไปต่อ หรือล้มเลิกความฝันดีคะ นี่ก็พิมพ์ไปร้องไห้ไปนะ ท้อเหลือเกิน ทำยังไงจะให้คนมาเที่ยวสวนเราอะคะ"

ผู้โพสต์เผยอีกว่า "สวนอยู่บนเขา มีแม่น้ำสายเล็กๆไหลผ่านตรงกลางฝน เหมือนน้ำตกเล็กๆกลางสวนหลายจุด ฝั่งขวาเป็นสวนของแม่ซึ่งปลูกผลไม้อยู่แล้ว เช่น เงาะ ลำไย ส้มโอ ฯลฯ โทรศัพท์มีสัญญาณเต็มทุกคลื่น แต่สวนไม่มีไฟฟ้า ซึ่งเป็นสวนกับผู้ที่ชื่นชอบความเป็นไพรเวต รักในธรรมชาติอย่างแท้จริง"



ซึ่งหลังจากที่เธอได้โพสต์เรื่องราวลงไป ก็มีทั้งชาวเน็ตและนักท่องเที่ยวเข้ามาแสดงความคิดเห็นแนะนำเป็นจำนวนมาก แต่มีอยู่หนึ่งความคิดเห็นที่น่าสนใจมาก และเชื่อว่าหลายท่านคงจะสามารถนำไปต่อยอดธุรกิจได้ โดยนักท่องเที่ยวคนนี้กล่าวว่า



"เราไม่มีความรู้เชิงธุรกิจ แต่เราเป็นคนชอบเที่ยว เที่ยวได้หลายแบบทั้ง Luxury , Backpack หรือ Home stay เคยเที่ยว ตปท มาประมาณ 30 ประเทศ เคยนอนที่พักตั้งแต่ กางเตนท์, Hostel ห้องละ 10 เตียง ยัน รร 5 ดาว จึงขอแนะนำมุมมองของเราในฐานะนักท่องเที่ยวคนนึงว่า อยากจะเห็นอะไรในการท่องเที่ยวแนวธรรมชาติแล้วกันนะคะ

ขอเปรียบเทียบกับ โฮมสเตย์บ้านป่าบงเปียงแล้วกัน ใกล้เคียงกับสวนของ จขกท หน่อย

บ้านป่าบงเปียง อยู่ในหุบเขาลึก ไกลจากตัวเมืองเชียงใหม่มากก ไปก็ยาก ถ้ารถไม่ถึกจริง ก็ต้องจ้างรถกะบะโฟว์วีลมารับ ที่พักก็เป็นเพิงไม้ ไม่มีไฟฟ้าเลย อาหารก็ผลผลิตบ้านๆแถวๆนั้น ...แต่คนก็ยังนิยมไปเที่ยวกันเยอะ เพราะ

1. บ้านป่าบงเปียง มีจุดเด่น คือ นาขั้นบันไดที่สวยงาม บางฤดูเขียวชอุ่ม บางฤดูเป็นรวงข้าวสีทอง ถ่ายรูปได้ไม่รู้เบื่อ ตอนเช้ายังมีทะเลหมอกมาเยี่ยมถึงระเบียงบ้าน ไม่ต้องถ่อไปดูที่ผาไหน

- คุณต้องหาจุดเด่นให้กับสวนของคุณ ให้คนรู้สึกว่า ชั้นต้องมาถ่ายรูปที่นี้! ต้องมาแอ็คที่มุมนี้! (ต้องเข้าใจว่าคนสมัยนี้ บ้าถ่ายรูปอวดโซเชี่ยล) ตอนนี้เท่าที่มองมา คือสวนมันดูรกๆ มั่วๆไปหมด มีหลายอย่าง แต่แต่ละอย่างไม่เด่น ไม่รู้จะชูอะไรเป็นตัวดึงดูดความสนใจอ่ะค่ะ

2. บ้านป่าบงเบียง ไม่มีไฟฟ้า ไม่ค่อยมีสัญญาณมือถือด้วยซ้ำ แต่กลับเป็นจุดเด่น เพราะมันมอบความสงบยามค่ำคืนให้แก่คนเมืองได้สัมผัส ไม่มีเสียงทีวี มีแต่เสียงจิ้งหรีดเสียงกบ ไม่มีแสงไฟแยงตา จึงเห็นท้องฟ้ามืดมิดประดับประดาด้วยดวงดาว เห็นทางช้างเผือกชัดเจน เพียงแค่นอนอยู่ลานบ้าน ไม่มีสัญญาณมือถือ ก็ไม่มีอะไรให้ทำ นอกจากนอนดูดาว และพูดคุยกัน

- คุณมีลานกางเตนท์ น่าจะจัดกิจกรรมตอนกลางคืนให้ทำแก้เบื่อ เพราะไม่มีไฟฟ้า เช่น นั่งรอบกองไฟปิ้งบาบีคิว, นอนดูดาว



3. บ้านป่าบงเปียงมีแต่อาหารบ้านๆ เช่น ผัดผักริมรั้ว ปลาที่จับเองเอามาทอด ไข่เจียว อาหารบ้านๆแต่มันอร่อย เพราะวัตถุดิบมันสดสะอาด

- คุณมีสวนผลไม้ สวนผัก น่าจะชูว่า มีบริการอาหารปลอดสารพิษ ผลผลิตจากไร่ ใช้ใจปรุง อะไรก็ว่าไป จัดจานให้ minimal แต่ดูดี ไม่ต้องประโคมโหมโรยดอกไม้เยอะแยะ มันดูรกอ่ะค่ะ

4. บ้านป่าบงเปียง เดินทางไปลำบาก แต่เจ้าของบ้านมีรถรับส่งให้ (แต่ต้องเพิ่มเงินอีกต่างหากเพราะมันไกล) ทำให้เราไม่ต้องกังวลว่า ไปแล้วจะหลงทาง

- ถ้าสวนคุณไปยาก (สวนอยู่ที่ไหนเรายังไม่รู้เลย) ควรมีรถรับส่งบริการนักท่องเที่ยว แบบไม่ต้องคิดแพง อย่าให้นักท่องเที่ยวรู้สึกว่าเป็นภาระที่ต้องจ่ายค่าเดินทางเพิ่ม



5. สำคัญสุด บ้านป่าบงเบียง เป็นที่รู้จักแพร่หลาย ก็เพราะโซเชี่ยล (ทั้งๆที่ชาวบ้านก็ทำโฮมสเตย์แค่ไม่กี่หลัง แทบจะไม่ได้ทำเอากำไร) การมีรีวิว มีโพสรูปสวยๆในโซเชี่ยล ยั่วยวนให้คนที่เห็นอยากไปสัมผัส แม้จะไปยาก แต่มันสวย สงบ มันน่าสนใจอ่ะ คนก็อยากจะไป

- คุณต้องเล่นโซเชียล (ทำไม่เป็นก็หัด หรือให้คนที่เป็นมาช่วย) สร้างเพจ นำเสนอรูปสวยๆในสวน นำเสนอภาพกิจกรรมสนุกๆในสวน (คนร่วมกิจกรรมก็ใช้คนท้องที่ก็ได้ ชวนเพื่อนคุณมาก็ได้) หรือเชิญ Blogger หรือนักรีวิว มาพักฟรี ให้เค้าช่วยรีวิวที่พักเราแชร์ไปในโซเชี่ยล

สู้ๆนะคะ คุณเพิ่งเริ่มต้น อย่าเพิ่งท้อ"



ขอบคุณที่มา pantip