ถูกผู้ใหญ่กีดกั้นคบตั้งแต่มัธยม เปิด ชีวิตคู่ “บิ๊กโจ๊ก-ดร.ศิรินัดดา”อุปสรรครักมาราธอน 25 ปี หลังแต่งแทบไม่มีเวลาให้



หลังจากที่ผ่านๆมา ทางทีมงานสยามนิวส์ได้นำเสนอเรื่องราวผลงานของตำรวจท่านหนึ่ง ที่ไฟแรง เอาจริงเอาจังกับหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมาย สร้างผลงานมากมาย ให้ติดตามไม่เว้นแต่ละวัน สำหรับ“พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล” ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เจ้าของฉายา ‘บิ๊กโจ๊ก หวานเจี๊ยบ’ เป็นคนน่ารัก ไม่ว่าเจอผู้หลักผู้ใหญ่ที่ไหน หรือแม้กระทั่งกับเพื่อนฝูง คนกันเอง ก็ยังพูดจาไพเราะน่าฟัง



ประโยคยอดฮิตที่คนใกล้ชิดมักได้ยินจากปากบิ๊กโจ๊กบ่อยๆ คือ ‘ครับพี่’ หรือไม่ก็ ‘ได้ครับพี่’ เข้าทำนอง ‘ใจถึง พึ่งได้’ จนกลายเป็นที่มาของฉายา ‘บิ๊กโจ๊ก หวานเจี๊ยบ’ ยิ่งกับภรรยาคนสวย ‘ดร.ศิรินัดดา’ หรือ ‘มาดามกุ๊บ’ ด้วยแล้ว ยิ่งพูดเพราะ น่าฟังเข้าไปใหญ่ มัดใจเธอจนอยู่หมัด เป็นคู่รักมาราธอน รักกันมาตั้งแต่เรียนมัธยมปลายที่จังหวัดสงขลา



ตอนนั้นบิ๊กโจ๊กเรียนโรงเรียนมหาวชิราวุธ ส่วนมาดามกุ๊บเรียนโรงเรียนวรนารีเฉลิม ทั้งคู่รู้จักกันเพราะมีกีฬาเทนนิสเป็นสื่อ เพราะฝ่ายชายเล่นเทนนิสเก่งมาก ถึงขั้นเป็นนักเทนนิสเยาวชนทีมชาติ ส่วนฝ่ายหญิงไปซ้อมเทนนิสกับเพื่อนบ่อยๆ



จนได้มาเจอเขาที่สนามฝึกซ้อม ก่อนฝ่ายชายอาสาสอนเทนนิสให้ สร้างความประทับใจให้กับฝ่ายหญิงไม่น้อย คนอะไร เก่งไปหมดทุกด้าน เรียนหนังสือก็เก่ง เล่นกีฬาก็เยี่ยม มีมารยาท อ่อนน้อมถ่อมตน แถมพูดจาเพราะอีกต่างหาก

แต่เมื่อทั้งคู่ฐานะต่างกัน บิ๊กโจ๊กมาจากครอบครัวปานกลาง พ่อเป็นนายดาบตำรวจ แม่เป็นครู ส่วนครอบครัวมาดามกุ๊บ ทำธุรกิจใหญ่โตระดับจังหวัด ทั้งเป็นเจ้าของท่ารถโดยสารขนาดใหญ่ของสงขลา มีธุรกิจที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ในภาคใต้ จึงเป็นธรรมดาที่ผู้ใหญ่จะมองว่าไม่เหมาะสม



แต่เพราะความรักที่มั่นคงต่อกัน และอาจรวมถึงบุพเพสันนิวาส คนเป็นคู่กันแล้วไม่แคล้วกัน ต่อให้ห่างกันไป แต่เมื่อใจยังผูกพัน ก็ทำให้ทั้งคู่กลับมาพบกัน และร่วมฝ่าฟันสร้างชีวิตคู่ จนกลายเป็นรักมาราธอนยาวนานกว่า 25 ปี แต่เพิ่งได้ทำพิธีแต่งงานเมื่อไม่กี่ปีมานี้



ถ้าถามว่าชีวิตหลังบ้านนายตำรวจเป็นอย่างไร ภรรยานายตำรวจบางคนอาจมีชีวิตสวยหรู ได้อยู่ใกล้ชิดกัน แต่ไม่ใช่กับคู่ชีวิตคู่นี้ เพราะบิ๊กโจ๊กทุ่มเทและอุทิศเวลาทั้งหมดให้กับการทำงาน จนแทบไม่มีเวลาใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน ถ้าไม่ใช่เพราะความรัก ความเข้าใจ และการเสียสละของมาดาม เราคงไม่รู้ว่าหัวอกคนเป็นหลังบ้านนายตำรวจต้องเสียสละ เข้มแข็ง และอดทนปานใด



เขาไม่เคยมีเวลา ทำงานหนักมาตลอดชีวิต เมื่อก่อนนี้ กุ๊บรอเขาคนเดียว ไม่ยอมไปเที่ยวกับที่บ้าน รอเขากลับจากงานเพื่อจะไปกับเขา กระทั่งตกค่ำ ครอบครัวคนที่บ้านกลับจากเที่ยวกันหมดแล้ว กุ๊บยังนั่งรอเขาที่เดิม …. จึงตัดสินใจปรับเปลี่ยนความคิด ปฎิบัติตัวให้เข้ากับเขา เข้ากับคนที่บ้าน ทำตัวเองให้เบาที่สุด ไม่เป็นภาระเขา โดยที่เราก็ไม่คิดมากด้วย



เวลาที่พี่โจ๊กว่างจริงๆ กิจกรรมที่เขาชอบทำคือ เล่นกีฬา เข้าวัดทำบุญ และทานข้าวนอกบ้านร่วมกัน ชีวิตเราสองคนไม่มีอะไรมากไปกว่านี้ ไม่เคยได้ไปเที่ยวยุโรป อเมริการ่วมกัน ไม่เคยได้ไปญี่ปุ่น เกาหลี หรือประเทศไหนๆ แต่กุ๊บก็มีความสุขที่ได้เห็นสามีทำงานเพื่อบ้านเมือง ห่วงอย่างเดียว ขอให้เขาแคล้วคลาดจากภัยอันตรายทุกประการค่ะ

นอกจากนี้ มาดามกุ๊บจึงโพสต์ให้ข้อคิดเรื่องความรักอย่างน่าสนใจว่า “ฝากไว้ให้คนมีความรัก ขอฝากข้อคิดดีๆ ที่ไม่ควรมองข้าม …หากเมื่อไหร่เจอปัญหา ขอให้รู้ว่าสติ อารมณ์ ความรู้สึก คือสิ่งที่เราต้องรับมือให้ได้ มีปากเสียง ทะเลาะ ขัดแย้งกันไม่ใช่เรื่องใหญ่



แต่ถ้าเมื่อไหร่ไร้ซึ่งความเข้าใจ ไม่ให้อภัยกันและกัน ปัญหานั้นอาจบานปลาย “ปัญหาชีวิตคู่ บางทีเหมือนลิ้นกับฟัน เราหลีกเลี่ยงที่จะเจอมรสุมไม่ได้ สิ่งที่ต้องทำคือ คุมสติให้อยู่ ไม่จำนนต่อปัญหา ไม่ใช้อารมณ์ตัดสินใจ อุปสรรคมีไว้ข้ามผ่าน ไม่ใช่วิ่งหนี”



ส่วนอีกหนึ่งข้อความ คือ “หากเราใช้ความอดทนในการใช้ชีวิตคู่ วันหนึ่งก็จะถึงวันที่หมดความอดทน แต่จงเปลี่ยนการใช้ชีวิตคู่อยู่ร่วมกัน เป็นความเข้าใจ เชื่อใจ สบายใจ ท้ายที่สุดจะเป็นความรักมั่นคงยาวนาน”

ก่อนเฉลยปิดท้ายว่าช่วงนี้ ไม่ได้อยู่ร่วมกัน เพราะเธออยู่กับครอบครัวที่สงขลา ส่วนบิ๊กโจ๊กทำงานเหมือนเดิม และยังย้ำด้วยว่า “รักใคร ให้บอกรักเขา เพราะความรักอยู่รอบตัวเรา ส่วนใครไม่มีคู่ ขอให้รู้ว่าเรามีคุณค่าทุกวัน ทำสิ่งที่ใจรัก คิดบวกเสมอ ชีวิตดีค่ะ”

ฝั่งบิ๊กโจ๊ก จึงโพสต์บ้างว่า “ขอให้ทุกท่านมีความสุขสมหวัง มีคนดีๆ ที่รักอยู่รอบตัว” เรียบๆ แต่ได้ใจภรรยาไปเต็มๆ ยิ่งอ่านก็ยิ่งชื่นใจ เพราะถึงตัวไกล แต่ใจใกล้ แค่นี้ก็หวานมดขึ้นแล้ว